ข้อมูลบริษัทฯ
ชื่อบริษัท : บริษัท แอสเตอร์ สยาม จำกัด 
เลขทะเบียนนิติบุคคล : 0105550041412 
ใบอนุญาตประกอบการพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ 
คำขอเลขที่ : 1075551000588 
ที่ตั้งบริษัท : 58/587 ซอยรามอินทรา 68
ถนนรามอินทรา แขวงคันนายาว 
เขตคันนายาว กรุงเทพฯ 10230 
โทรศัพท์ : 0-2517-2070, 086-308-6038,
086-306-1566

E-mail : astersiam@gmail.com
Line ID : jenjaroon
             sasinunt2013
             rakna123456

Facebook : แอสเตอร์ สยาม
Fanpage : Aster Siam


 
 

“ ปรัญญาชวนคิด กับ ชีวิตที่เหลืออยู่

• เงิน คือ อะไร ?
        เมื่อครั้งนานมาแล้ว ถ้าเราต้องการสิ่งหนึ่งสิ่งใดที่เราไม่มี แต่อยากได้ เราต้องนำสิ่งที่เรามีเกินความจำเป็น ไปแลกมา เราเรียกว่า “การแลกเปลี่ยน” หลังจากนั้นมนุษย์ก็ได้ค้นคิด หาวิธี จะทำอย่างไรจึงจะเกิดความสะดวกในการแลกเปลี่ยน
       เงิน จึงเป็นคำตอบสุดท้ายที่ใช้ในการแลกเปลี่ยน จากนั้นเป็นต้นมา เงิน ก็กลายมาเป็นสัญลักษณ์ของความมั่งคั่ง ใครมีเงินมาก ก็สามารถไปแลกเปลี่ยน หรือไปซื้ออะไรก็ได้ เขาเรียกว่า “คนร่ำรวย” เป็นคนที่มีหน้ามีตาในสังคม ตรงกันข้าม คนที่มีเงินน้อย จึงถูกเรียกว่า “คนยากจน” เป็นคนที่สังคมไม่ค่อยให้ความสำคัญ ทุกคนจึงฝันเห็นและมุ่งหาแต่เงิน


• วิถีชีวิตที่เปลี่ยนแปลงไป
        เคยสงสัยบ้างหรือเปล่า วิถีการดำเนินชีวิตของเราได้ถูกกำหนดขึ้นโดยใครบางคน โดยเราเองไม่รู้ตัว เช่น เมื่อถึงวัยเข้าเรียน เราก็ต้องเรียน เมื่อเรียนจบ เราก็ต้องสมัครเข้าทำงาน ไม่ว่าจะเป็น องค์กรธุรกิจเอกชน บริษัทฯ โรงงาน หรือแม้แต่องค์กรของภาครัฐ โดยเข้าใจว่าเพื่อเป็นเจ้าคนนายคน ทั้งที่แท้จริงแล้วทุกคนคือลูกจ้าง วิถีทางแบบนี้ แท้จริงแล้วไม่ได้ถูกกำหนดโดยผู้ที่กำเนิดเรามา แต่เราเจอวิถีชีวิตแบบนี้มานาน
        วิถีทางแบบนี้ เกิดขึ้นตั้งแต่ยุคอุตสาหกรรม เหตุเพราะสมัยนั้น ทรัพยากรมนุษย์ที่มีความรู้มีไม่มากพอที่จะตอบสนองความต้องการขององค์กรธุรกิจเหล่านั้น ภาครัฐก็ต้องเสริมหลักสูตรการศึกษาโดยเฉพาะอย่างยิ่ง สายอาชีพเพื่อสนองต่อการขยายตัวของภาคอุตสาหกรรม
        จนปัจจุบัน ทุกอย่างเปลี่ยนไป มนุษย์สามารถค้นคิดผลิตเทคโนโลยีสมัยใหม่ขึ้นมา เพื่อทำงานแทนคนอย่างได้ผล ตำแหน่งหน้าที่การงานจึงเหลือน้อยลงขณะที่จำนวนคนกลับเพิ่มมากขึ้น ปัญหาการว่างงานดูเหมือนจะเป็นปัญหาระดับชาติ รัฐผู้มีหน้าที่เก็บภาษีเงินได้จากเรา ได้พยายามทุกวิถีทางเพื่อแก้ปัญหาดังกล่าว แต่ดูเหมือนปัญหาดังกล่าวมีแต่จะเพิ่มขึ้นทุกวัน ไม่เฉพาะประเทศไทย แต่เกิดขึ้นทั่วโลก การแก้ปัญหาจึงไม่ใช่การเรียนให้มากขึ้น ฉลาดขึ้น ขยันอดทนมากขึ้น แต่ต้องเปลี่ยนวิถีการดำเนินชีวิตแบบใหม่ หรือ เปลี่ยนวิถีการหารายได้แบบใหม่


• แนวทางการหารายได้ 2 แบบ
        จุดเริ่มต้นของการเปลี่ยน เราควรค้นหา และ ต้องเข้าใจถึงสาเหตุของปัญหาดังกล่าวก่อนว่างานทั้งสองแบบที่จะกล่าวถึงต่อไปนี้ แบบไหนที่เราจะเลือก

งานแบบที่ 1 ลักษณะของงาน ดูเหมือนว่ามีใครกำหนดชะตาเราอยู่
ใคร ?..... คือ ผู้กำหนด ตำแหน่งหน้าที่การงาน
ใคร ?..... คือ ผู้ที่บอกว่า เราเหมาะกับงาน
ใคร ?..... คือ ผู้กำหนด วิธีทำงาน ว่าทำแบบไหน ทำอย่างไร
ใคร ?..... คือ ผู้ประเมิน ความสามารถของเรา
ใคร ?..... คือ ผู้กำหนด รายได้ให้กับเรา
ใคร ?..... คือ ผู้ที่บอกเราว่า เราต้องออกจากงาน

      ถ้างานที่เรากำลังทำอยู่ หรือกำลังมองหาอยู่เป็นลักษณะแบบนี้ เราคิดว่าน่าจะเป็นงานที่ดีที่สุดสำหรับเราหรือไม่? เราสามารถไว้วางใจใครผู้นั้น โดยเดิมพันด้วยครอบครัวเราหรือไม่? ถ้าเราคิดว่างานในรูปแบบลักษณะนี้ เป็นงานที่มั่นคง อย่างที่ใครเขาเข้าใจกัน ทั้งๆ ที่ตัวเราเองไม่ได้เป็นผู้กำหนด อย่างนี้จะเรียกว่า “มั่นคง” หรือ “ความเสี่ยง”

งานแบบที่ 2 อาจเป็นงานที่ยากในเบื้องต้น แต่ชะตาของเรา เราเป็นผู้กำหนดเอง
ด้วยเหตุผลเพราะ
ใคร ?..... จะรู้ถึงความเหมาะสมกับงานของเรา ได้ดีกว่า ตัวเราเอง
ใคร ?..... จะรู้วิธีการทำงาน ว่าทำแบบไหนดีเท่า ตัวเรากำหนดเอง
ใคร ?..... จะประเมินเราได้ดีกว่า เราประเมินตัวเอง
ใคร ?..... จะกำหนดรายได้เรา ได้ดีกว่า เรากำหนดรายได้ของเราเอง
ใคร ?..... จะรู้ดีว่าเราหมดสภาพในการทำงาน ได้ดีกว่า ตัวเราเอง

ถ้าทุกสิ่งเราเป็นผู้กำหนด อย่างนี้เขาเรียกว่า “ความเสี่ยง” หรือ “ความมั่นคง”


• กฎการแลกเปลี่ยน
        โลกใบนี้ยุ่งอยู่กับการแลกเปลี่ยน และการต่อรองที่มาของรายได้ในทุกอาชีพ ไม่ว่าจะซับซ้อนขนาดไหน แต่ในที่สุด คือ การแลกเปลี่ยน
ลูกจ้าง  ใช้แรงงาน เวลาเป็นของแลกเปลี่ยน (มีค่าตัว) เราขายตัวเอง
หมายเหตุ : การขายเพื่อค่าตัว จะทำให้เราต้องเสียเวลาไปด้วย เช่น ไปเช้า-เย็นกลับ ดังที่เราเคยได้ยิน มนุษย์เงินเดือน หมายความว่า เราต้องใช้เวลาเป็นเดือน จึงจะได้เงิน
เกษตรกร พ่อค้า ผู้ผลิต  ใช้สินค้าเป็นของแลกเปลี่ยน ผู้บริโภค คือผู้ซื้อ
ช่างซ่อม ผู้ให้บริการ  ใช้การบริการ เป็นของแลกเปลี่ยน ผู้บริโภค เป็นผู้ซื้อ
ข้อพึงสังเกตุ : ผู้ขายสินค้า หรือผู้บริการสามารถบริหารจัดการเวลาได้ ถ้าต้องการหยุดก็สามารถหาคนอื่นมาทำแทนได้ แต่ถ้าเราคือลูกจ้าง เราไม่สามารถหาคนอื่นมาทำงานแทนเราได้ เพราะตัวเราคือสินค้า นั่นหมายความว่า…

ผู้ขายสินค้า บริการ ทำงานตามที่ตัวเองกำหนดได้ “เป็นเจ้านายตัวเอง”
ขณะที่... ลูกจ้าง ทำงานตามที่ผู้อื่นกำหนดให้ “ทำตามเจ้านายสั่ง”
... เราจะเลือกในรูปแบบไหน ?


• ปัญหาของมุนษย์ มาจาก 2 สิ่งนี้
        ซื้อ และ ขาย ถ้าเราตัดสิ่งหนึ่งสิ่งใดออกไป เราก็ไม่ต้องทำอีกสิ่งหนึ่ง แต่ในโลกความเป็นจริงปัจจุบัน เราสลัดสิ่งเหล่านี้ออกยากมาก

ซื้อ
คำถาม ก็คือ เราเคยสงสัยหรือไม่ว่า ทำไมเราต้องซื้อ ?
คำตอบ ก็คือ สาเหตุที่เราต้องซื้อ เพราะ...
        • เราต้องมี สิ่งที่เรียกว่า สิ่งจำเป็น ในการดำเนินชีวิตเช่น ปัจจัย 4
        • เรายังต้องมี สิ่งที่เรียกว่า สิ่งที่ต้องการ (คือสิ่งที่นอกเหนือสิ่งที่จำเป็น) เพื่อเสริมความสะดวกสบาย และเพื่อการยอมรับของสังคม เพราะเราคือสัตว์สังคม
        • เราต้องซื้อ เพราะ เราไม่สามารถผลิต สิ่งที่เราต้องการทุกสิ่งเหล่านี้ขึ้นมาใช้เองได้ทั้งหมด
ขยายความ :
* สิ่งที่มีความจำเป็น หมายถึง สิ่งที่เราทุกๆ คนต้องมีเพื่อการดำเนินชีวิตเป็นอย่างน้อย ถ้าขาดสิ่งนี้ไป จะไม่สามารถดำเนินชีวิตอยู่ได้ เช่น อาหาร ที่อยู่อาศัย ฯลฯ
* สิ่งที่มีความต้องการ หมายถึง สิ่งที่นอกเหนือสิ่งจำเป็น มีเพื่อการยอมรับจากสังคม เช่น เสื้อผ้าสวยๆ ราคาแพงๆ รถสวยๆ ราคาแพงๆ ปัจจุบันโลกใบนี้ ยุ่ง วุ่นวาย อยู่กับการสรรหาสิ่งที่สนองความต้องการ มากกว่าความจำเป็น

ขาย
        ตราบใดที่ชีวิตมนุษย์ยังต้องผูกพันอยู่กับการ ซื้อ แน่นอนเราต้อง ขาย ไม่ว่าจะขายแรงงาน ขายสินค้า ขายบริการ เพราะเราไม่สามารถผลิตเงินขึ้นมาใช้เอง (มันผิดกฎหมาย) เราต้องแลกมันมา ถึงแม้หลายๆ คนจะบ่นว่า ไม่ชอบงานขาย
        แต่ กิจกรรมการขาย จะนำมาซึ่งสิ่งสำคัญที่เรียกว่า เงิน เพราะถ้าเราไม่มีเงิน เราก็ไม่สามารถตอบสนองความต้องการ ซื้อ ได้ ฉะนั้น มันขึ้นกับว่าเราจะเลือกขายอะไร ระหว่าง
        1. ขาย แรงงาน เป็นลูกจ้างองค์กรธุรกิจเอกชน หรือ ราชการ (ยอมเสียศักดิ์ศรีนิดหน่อย เพราะต้องอยู่ใต้การบังคับบัญชาของผู้เป็นเจ้านาย)
        2. ขาย สินค้า หรือ บริการ เป็นนายจ้างตัวเอง ทำธุรกิจค้าขาย เป็นผู้ผลิต เป็นผู้ให้บริการ (ยอมเหนื่อยช่วงแรก มีความเสี่ยงมากหน่อยในเรื่องกำไร-ขาดทุน แต่ก็รู้สึกได้ถึงความมีศักดิ์ศรีอยู่ในตัว)

ถ้าคุณเลือกข้อ 2 หรือ ทำอย่างข้อ 1 อยู่แล้ว อยากทำแบบที่ 2 เพิ่ม


• ธุรกิจแอสเตอร์ คือ ทางเลือกหนึ่งที่เราเสนอ !!! •

        ธุรกิจแอสเตอร์ คือธุรกิจใน แบบที่ 2 เป็นธุรกิจที่วางรูปแบบเพื่อ จุดประสงค์การพึ่งตนเอง เพราะเราเชื่อว่ามนุษย์ทุกคนเกิดมา เรียนรู้ และ มีความสามารถเพียงพอ ที่จะเลือกวิถีการดำเนินชีวิตด้วยตัวเอง คุมชะตาชีวิตด้วยตัวเอง เพราะมนุษย์มีความคิด มีศักดิ์ศรี เหนือกว่าสัตว์อื่นๆ ในโลกใบนี้
        แน่นอนว่าการที่เราจะเริ่มทำธุรกิจสักอย่าง คงไม่ง่ายจนเกินไป เพราะการที่เราต้องการมีศักดิ์ศรี ในการหารายได้ด้วยตัวเอง ก็ต้องแลกกับความเหนื่อยยากในเบื้องต้น แต่ถ้าเราสามารถทำได้มันก็ คุ้มเกินคุ้ม
        ธุรกิจแอสเตอร์ เป็นธุรกิจที่เราดำเนินการมาแล้วเป็นปีที่ 6 ด้วยระบบธุรกิจสำเร็จรูป ที่ผ่านการทดลองมาแล้วว่า ได้ผล และที่สำคัญเป็นระบบที่
         ไม่มีความเสี่ยง
         ลงทุนน้อย
         มั่นคง เพราะสินค้าเราไม่ได้จำหน่ายตามร้านค้าทั่วไป
         ท่านจะเหนื่อยในช่วงแรก แต่มีรายได้ในระยะยาว และ มีเวลาเหลือในการทำอย่างอื่น
         รายได้กำหนดได้ด้วยตัวเอง


• ขั้นตอนการเข้าร่วมธุรกิจ
        1. ติดต่อเพื่อสมัคร
        2. พูดคุยเรื่อง เป้าหมาย และวางแผนการดำเนินการ
        3. เรียนรู้กฎกติกาเบื้องต้น ก่อนดำเนินการ
        4. ศึกษารายละเอียดของผลิตภัณฑ์แอสเตอร์ และวิธีการทดสอบ
        5. ดำเนินการ


“ชีวิต เป็นของเรา เราเท่านั้นเป็นผู้กำหนด
จะไม่มีผู้ใดกำหนดชะตาชีวิตเราได้ หากเราไม่ยินยอม”


ธุรกิจแอสเตอร์ สร้างรายได้มากแค่ไหน? เราทำกันอย่างไร? ติดต่อสอบถามได้ที่ :
โทร. 0-2517-2070, 086-308-6038, 086-306-1566



 
 
 
 
ขอสงวนสิทธิ์รูปภาพและข้อมูลใน Website นี้ ห้ามนำไปใช้โดยมิได้รับอนุญาตจากเจ้าของลิขสิทธิ์เป็นลายลักษณ์อักษร มิฉะนั้นท่านอาจถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย